[OS] pls, dont go .

posted on 03 May 2013 03:21 by monoamine-vip in OS

 

Title : Teenager , Hi-School moment, theme song (http://youtu.be/R5wA8wr5ccg)
Author : monoamine

Genre : AU , Romantic , Comedy (?)
Rate : PG-13
Pairing : TEMP-G
Author's talk (WARNING!) : เฮโหลล ลงฟิคครั้งแรกในบล้อค (ที่ไม่มีใครมา) อิอิ แฮ่ ใครเคยอ่านเรื่องนี้จากจีดีออนท็อปแล้วก็อย่าแปลกใจนะก้ะ เปลี่ยนสถานที่ลง เพราะคิดว่าจะลงต่ออีกในเร็ว ๆ นี้ ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

 

เป็นฟิคที่ .. ไม่มีอะไรเลย .. ไม่มีอะไรจริงๆ #อย่าเขวี้ยงของใส่เค้า T0T #ป่วงมาก ตอนแรกฟังเพลงนี้แล้วอยากแต่งมาก แต่ไม่อยากแต่งให้ฉาบฉวยหรือวันไนท์แสตน เลยออกมาในรูปแบบนี้แล .. รู้สึกจะหลุดโทนด้วย หลังๆมันกลายเป็นเพลง Primary ของ Dynamics Duo ไปเฉ๋ย .. อยากจะอยู่ในอารมณ์ไหนก็เลือกฟังกันได้นะฮับ อยู่ต่อเลยได้ไหม vs Primary - Dynamics Duo อยากได้ลูกคู่ก็เปิดพร้อมกันแม่ม 555555 ไปแร้น บุยๆ จะกันช่วงท้าย #ยังจะเจอกับมันอีกเรอะ

 

Special Thanks : T.S. Choi  ขอบคุณมากๆฮับที่สละเวลามาเป็นเบต้ารีดเดอร์ให้ฟิคป่วงๆนี้ แถมแก้เยอะม่วกฮ่าๆ ขอบคุณมากๆขอรับ

 

 

 

 

 

มองไปก็มีแต่ฝนโปรยปราย
ในหัวใจก็มีแต่ความเหน็บหนาว

ท้องฟ้าที่มองไม่เห็นแสงดาว
คืนเหน็บหนาวยิ่งทำให้ใจเราหนาวสั่น

 

.

.

 

“เทมป์! เฮ้ยสัส! เช็คแพลนดิ้”

 

  “...”

 

“เชี่ย!! สัสเทมป์!!” มือหนาของร่างสันทัดที่ความสูงต่ำกว่ามาตรฐานเอื้อมมาดึงหูฟังออกจากหูของผู้ชายร่างสูงอีกคน

 

“ห๊ะ? อะไร??” ชเว ซึงฮยอน หรือรู้จักกันทั่วไปในโรงเรียนว่า เทมโป กำลังทำหน้าเหรอหรา

 

“โห เวร มึงแหกขี้ตาดูหน่อย เด็กมันแบกเครื่องดนตรีรอจนลิ้นห้อยแล้วสัส มึงดูดิ้ มึงวางไลน์ให้เดินยังไง เดินสามก้าว

หยุด อีกสองก้าวเลี้ยว มึงไหวปะวะ?” ทง ยองเบพูดกึ่งหงุดหงิด ปกติแล้ว ประธานชมรมดนตรีอย่าง ชเว ซึงฮยอนวางไลน์ จัดแถวมาร์ชชิ่งไม่เคยพลาด แต่ทำไมครั้งนี้มันไม่ได้เรื่องแบบนี้วะ!


“ห๊ะ?? เฮ้ย อ่าว” ซึงฮยอนมองกระดาษในมือสลับกับกองทัพดุริยางค์วัยมัธยมต้นที่แบกเครื่องดนตรีรอกันจนเหงื่อตก เขาก็ได้แต่เกาหัวเก้อๆ


“น้องๆครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะ ขอบใจทุกคนมากๆ พรุ่งนี้มาพยายามด้วยกันใหม่นะ” ประธานชมรมป้องปากประกาศให้เลิกซ้อมเร็วกว่าทุกวัน เด็กๆพากันดีใจกันยกใหญ่รีบวิ่งไปเก็บเครื่องดนตรีแล้วรีบกลับบ้าน

 

 

 

ร่างสูงทรุดตัวนั่งบนแสตนเชียร์ข้างสนามฟุตซอลกลางแจ้ง

 

 “มึงเป็นส้นตีนไรเนี่ย?” ยองเบยังไม่เลิกสงสัยความผิดปกติของเพื่อน

 

“เปล่า” ซึงฮยอนแสร้งมองกระดาษในมือ ก่อนล้วงปากกาออกจากระเป๋ากางเกงนักเรียนขึ้นมาวงกลมจุดที่ควรแก้ไข

 

“ตอแหลเนียนๆหน่อยมึง” ยองเบพูดพร้อมมองไปยังแสตนฝั่งตรงข้ามที่พวกชมรมเชียร์กำลังซ้อมกันอย่างขมักเขม้น

 

 “เฮ้ย มึงว่ามั้ย.. ประธานชมรมเชียร์เนี่ย .. มองแล้วน่าเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวพันว่ะ แต่หน้าเสียดาย หน้าติดจะหยิ่งไปสักหน่อย” เสียงเดิมพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมประกายในดวงตาวิบวับราวกับนี่เป็นเรื่องขบขัน

 

ซึงฮยอนละสายตาจากแผ่นกระดาษตรงหน้า พลางมองไปยังฝั่งตรงข้าม...นั่น ชมรมเชียร์กำลังซ้อมอยู่สินะ ร่างเล็กๆ ที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่กำลังยกแขนเรียวทั้งสองข้างขึ้นออกท่าทางกลางอากาศ  

 

 

เขาทำเป็นไม่สนใจ

 

 

 

  “อีกเดือนนึงจะถึงวันแข่งจริงละ กูว่า .. แม่งอาทิตย์หน้าต้องอยู่เย็นกว่านี้แน่ หึหึ” น้ำเสียงฟังดูเจ้าเล่ห์ขึ้นอีกนิด การแข่งขันที่ยองเบพูดถึงคืองานกีฬาสี่โรงเรียน

 

“มึงสนใจไปซ้อมเด็กดีกว่านะ”

 

 “โอ๊ย!” ซึงฮยอนโบกแผ่นกระดาษที่พันเป็นม้วนลงบนผมทรงโมฮอคเล็กๆ นั่น ก่อนจะลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพาย สายตาเหลือบไปยังฝั่งตรงข้ามแค่แวบเดียว แล้วเสมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เพื่อนรักของเขาทันเห็นแววตาผิดปกติ

 

“เฮ้ย แล้วมึงจะรีบไปไหนเนี่ย รอกูก่อน .. โถ่ บ๊ายบายนะจ้ะประธานเชียร์” ยองเบส่งจูบพร้อมโบกไม้โบกมือไปทางชมรมเชียร์ เขากล้าทำก็ต่อเมื่อไม่มีใครมองเท่านั้น และใช่ ... ไม่มีใครมองทางนี้อยู่ นอกเสียจากหางตาของท่านประธานร่างเพรียวบาง

 

.

.

.

 

 

 

ดวงดาวสีเขียวเรืองแสงกระจายทั่วเพดาน คือสิ่งทีเขาเห็นในตอนนี้ แขนยาวพาดก่ายบนหน้าผาก ในหัวยังคิดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาพร้อมปล่อยจิตใจล่องลอยไปตามเสียงเพลงที่เปิดคลอทิ้งไว้จากลำโพงที่ถูกต่อกับไอพอดคู่ใจ

 

ร่างสูงผุดลุกจากเตียงทันทีที่คิดอะไรบางอย่างได้


  นิ้วเรียวยาวควงปากกาพิกม่าเล่นขณะคิดอะไรต่อ ก่อนจะจรดหัวเข็มลงบนกระดาษร่าง เพื่อวางไลน์เดินสวนสนามใหม่

 

เวลาผ่านไปไม่นานไลน์มาร์ชชิ่งอันใหม่ก็เสร็จ ครั้งนี้เค้าคำนวณเรียบร้อยแล้ว จะไม่มีพลาดแน่นอน มือหนาเอื้อมไปหยิบกระเป๋าโรงเรียนเพื่อเก็บแพลน

“แกร๊ก!” เขามองตามสิ่งของที่ร่วงหล่นบนพื้นเพราะแรงลากจากกระเป๋า

 

ปากกาพิกม่าด้ามสีดำของเขาที่เคยหายไป ..

 

มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะก้มเก็บปากกาด้ามโปรดที่ตามหามานานลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบโค้ทดำตัวยาวผ้าไม่หนามากมาสวมแล้วลุกออกไปเดินเล่น โดยไม่สนใจเพลงที่เปิดทิ้งเอาไว้

 

.

.

 

 

อยากอยู่ดูแลให้เธอฝันดี
แต่ใจก็รู้ดีคงหมดเวลาของฉัน
 

อยากจะอยู่กับเธอให้นาน น้าน นาน
แต่ก็คงต้องลาพร้อมใจที่ไหวหวั่น

.

.

ขายาวๆของซึงฮยอนก้าวไปตามทางเดินเท้าริมถนน มือข้างหนึ่งจูงสายคล้องคอของสุนัขตัวโปรดเอาไว้ สายตากวาดมองไร้จุดหมาย

ในเช้าวันหยุด หมู่บ้านของเขาเงียบกว่าปกติ...ก็นั่นน่ะสิ วันหยุดนี่

 

สองขายาวพาเขาและสัตว์เลี้ยงสี่ขาหูยาวเกือบเรี่ยดินมาถึงสถานที่ที่คุ้นเคยดี .. โรงเรียน ใช่ สำหรับนักเรียนมอปลายปีสุดท้ายอย่างชเวซึงฮยอน การมาโรงเรียนทุกวันถือเป็นเรื่องปกติ บางทีก็นัดติวหนังสือกันบ้าง บางทีก็ซ้อมดนตรีบ้าง

 

 ส่วนวันนี้...จะว่าเขามาเพื่อประการหลังก็ไม่เชิง

 

ร่างสูงกระชับเชือกจูงในมือซ้ายและดึงกระเป๋าที่ร่นลงขึ้นด้วยมือขวา เขาเดินไปจนถึงสถานที่นัดหมาย ซึงฮยอนก้มมองนาฬิกาข้อมือ แปดโมงครึ่ง เขาตั้งใจมาก่อนเวลานัดเผื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัว

 

 “บ๊อก! บ๊อก!!” เจ้าบีเกิลหูยาวส่งเสียงตื่นเต้น

 

 “...” ซึงฮยอนนั่งลงบนแสตนฝั่งที่มีร่มไม้ เขาอุ้มลูกชายขึ้นมานั่งบนตักก่อนปลดสายจูงออกจากปลอกคอและเกาคางให้มันเบาๆ “เห่าอะไรกันหืม?”

 

 “หงิ้ง~” หมาน้อยบนตักเอียงคอ เอาหูยาวๆของมันถูมือหนาไปมาอย่างออดอ้อน ก่อนจะโงหัวขึ้นเห่าอีก “บ๊อก! บ๊อก!!”   

 

ซึงฮยอนหันไปตามทิศทางที่เจ้าหูยาวส่งเสียง ในสายตาของเขาปรากฏภาพชายร่างเล็กในฮู้ดสีดำตัวโคร่งสกรีนลายกราฟฟิคสวมกางเกงผ้ายืดสีชมพูดูเข้ากับสนีคเกอร์สีขาวยี่ห้อดังกำลังเดินมาทางนี้พลางมองซ้ายมองขวา

 

ไม่ต้องบอกเขาก็รู้ว่า นั่นคือแฟชั่นนิสต้าคนที่สามารถตรึงสายตาของเขาได้เสมอ .. ควอนจียง ประธานชมรมเชียร์

 

 

ตาคมมองร่างของผู้มาใหม่ไม่วางตาจนกระทั่ง..

 

 “บ๊อก!” เจ้าหูยาวกระโดดลงจากตักของร่างสูงและวิ่งเข้าใส่ผู้มาใหม่

 

“ชาร์ลี!” เสียงทุ่มตะโกนเรียกอย่างตกใจ

 

“อ๊ะ” ร่างเล็กก้มลงอุ้มเจ้าตัวเล็กที่กระโจนใส่ขาเขาอย่างจังขึ้นมา และพาเดินกลับไปหาเจ้าของมัน ผู้มาใหม่นั่งลงข้างๆร่างสูงเว้นระยะนิดหน่อยพอให้ดูไม่น่าเกลียดเกินไป

 

“นี่หมานายเหรอ?” มือบางลูบหัวเกาคางเจ้าหูยาวอย่างเอาใจ สายตายังจับจ้องอยู่กับลูกหมาบนตัก ใบหน้าเรียบเฉย

 

“ฮะ? ..อา ใช่” ซึงฮยอนแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ เขาจับจ้องแต่ใบหน้าขาวๆ ที่ชวนลุ่มหลง พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด แต่ทำไมผลมันกลับงี่เง่ากว่าเดิมแบบนี้ละ

 

ดูเหมือนเจ้าชาร์ลีจะคุ้นเคยกับผู้มาใหม่เร็วเหลือเกิน หมาจอมมารยา ซึงฮยอนได้แต่สาปแช่งมันในใจ

 

“มันอาจจะทำมือนายเลอะนะ” เสียงทุ่มพยายามเปล่งอีกครั้ง เมื่อเห็นเจ้าลูกชายตัวดีพยายามจะเลียมือบางที่ให้ความรู้สึกน่าสัมผัส

 

“ไม่เป็นไรหรอก ทีบ้านฉันก็เลี้ยงไว้ตัวนึง ย่นๆหนะ มันก็ชอบทำแบบนี้กับฉันเหมือนกัน” คนตัวเล็กกว่าพูดพลางหันมายิ้มให้พร้อมกับเกาปากเจ้าหูยาวอย่างหยอกล้อ

 

ร่างสูงชะงักไปถนัด เพียงรอยยิ้มที่ส่งมาแค่เสี้ยววินาทีก็ทำให้หัวใจของเขาทำงานหนักขึ้นได้ง่ายๆ เขี้ยวเล็กๆมุมปากนั่น ..

 

 

 

  อ่เขาโดนแอทแทคเข้าเต็มๆแล้ว

 

 

ความเงียบก่อตัวขึ้นช้าๆ ในบรรยากาศ...

 

ควอนจียงไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นแบบไหน มันเร็วเกินไปหรือเปล่า? จะทักในฐานะอะไร...เพื่อนร่วมชั้นงั้นเหรอ? เคยคุยกันสักคำไหม...ก็ไม่

 

ควอนจียงเริ่มกังวลเพราะความเงียบ เขาไม่รู้ว่าตัวเองมานั่งข้างผู้ชายที่เขาแอบมองด้วยหางตาอยู่เป็นประจำตั้งแต่เมื่อไหร่ จำได้แต่ว่า เห็นรูปร่างที่คุ้นตานั่งอยู่แถวที่ที่ต้องเดินผ่าน ตอนนั้น...ตัวเขาก็ไม่รู้จะมองไปทางไหน กระทั่งเจ้าหูยาวบนตักวิ่งใส่เขาอย่างจัง ในหัวมันก็คิดแค่ว่า .. นี่คงเป็นโอกาส

 

แต่ตอนนี้...พอได้มานั่งใกล้ๆ ร่างสูง เขาได้สัมผัสบรรยากาศที่ไม่เคยเข้าใกล้ ยิ่งได้มองสายตาคมนั้นในระยะประชิดขนาดนี้ ก็ทำเขาหวั่นอยู่ไม่น้อย เขาไม่รู้ว่านี่เป็นโอกาสดีหรือร้าย

 

แต่ไม่มีอะไรแย่หรอก แค่ทักทาย...ใช่มั้ย ควอนจียง

 

ร่างบางเรียกความมั่นใจกับตัวเอง ฟันขาวที่กัดอยู่บนริมฝีปากคลายออกและ...

 

 

 

“นายน่ะ ซึงฮยอนใช่มั้ย?” ใบหน้าเรียวเอียงถามนิดๆ หัวคิ้วของร่างสูงกดเข้าหากันด้วยความแปลกใจระคนดีใจ

 

“อืม  ส่วนนายก็...จียง ฉันจำถูกใช่มั้ย?” ซึงฮยอนพยายามพูดให้เบา เพราะกลัวว่าคนข้างๆ จะจับความตื่นเต้นในน้ำเสียงได้

 

ร่างบางเผลอยิ้มอีกครั้ง มุมปากที่ยกขึ้นอย่างสดใส รอยยิ้มที่เจิดจ้าพร้อมประกายตาวิบวับส่งมาให้แทนคำตอบ คราวนี้มันสดใสกว่า .. เขาไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย? ซึงฮยอนไม่รู้หรอกว่ารอยยิ้มที่เขาได้รับนั้นจะสื่อความหมายว่าอย่างไร เขาไม่กล้าคิด...

 

 

จะผิดมั้ยถ้าเขาเริ่มรู้สึกหวงรอยยิ้มของคนตรงหน้า...

 

 

“พี่จียง! อ่าว...หวัดดีฮะ พี่ซึงฮยอน!” เสียงตะโกนดังมาจากอีกฝั่งของสแตนด์เชียร์ อีซึงรี...รุ่นน้องปีสองในชมรมเชียร์กำลังโบกมือให้เขาทั้งสอง ร่างเพรียวรีบปราดมาทางที่เขาสองคนนั่งอยู่

 

“เฮ้ นายรู้จักซึงฮยอนด้วยเหรอ?” จียงยิงคำถามใส่รุ่นน้องทันที